30.10.06

พูดด้วยภะงาบ

เพื่อนรักกลับไปแล้ว ตอนนี้เหลือแต่เพื่อนที่เห็นในรูปนะฮ๊า...

29.10.06

หฤหรรษาหฤโหดาหฤหันมา

อืม จะเริ่มเล่าด้วยเรื่องไรดีน๊อ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี่หฤหรรษาโหดมากๆ แบบว่า เริ่มด้วยนะฮ๊า วันเสาร์ ตื่นเช้าขึ้นมา เนื่องด้วยว่า ซื้อขนมปังมาแถวนึง กินกันสองคนทั้งอาทิตย์ยังไม่หมดจนบัดนี้ เราก้อเลยเกิดความคิดว่า อืม เอามาทำเปนขนมปังกรอบดีกว่า เอาไว้กินเปนซีซ่าร์สลัดสุดจ๊าบ เพราะว่าเราซื้อน้ำสลัดมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ลองกินสลัดจริงจังซ้ากกะทีอ่ะ ก้อเลยตัดสินใจอบมันในเตาไมโครเวฟซะเลย (อันที่จริง เรานึกว่ามันทอดเอานะเนี่ย โชคดีมีฝนให้สติว่า มันต้องอบสิ) ก้อจัดแจงหั่นเอาเข้าไปอบเรียบร้อยหนึ่งแผ่น กดเวลาซะเกือบยี่สิบนาทีแน่ะ เว่อจริงๆ อบไปอบมา เปิดออกดูเรื่อยๆกลัวมันไหม้ แล้วในที่สุด ปี๊บบบ ปี๊บบบ ปี๊บบบ ปี๊บบบบ สัญญาณเตือนไฟไหม้ที่อยู่ในห้องก้อดังขึ้นมาจนได้ คงเปนเพราะมันมีควันเยอะเกินสินะ จ๋อยเลยทีนี้ เพราะว่าตื่นเต้นตกใจทำไรไม่ถูกเลยอ่ะ ล่กอยู่สามวินาที ฝนเลยรีบยกเก้าอี้มาตรงที่มันมีสัญญาณอยู่บนเพดาน แต่แบบว่า แม่งอยู่สูงซะเหลือเกิน ปีนเก้าอี้ทีนึงยังไม่ได้ เราเลยปีนขึ้นซิ้งล้างจาน อึ๊บบบ ก้อยังไม่ถึงอยู่ดี อืม ตอนนั้นใส่ถุงเท้าอยู่ เริ่มมีจิต ปริวิตกว่า กูอาจลื่นล้มหัวฟาดพื้นได้ จึงลงมาถอดถุงเก้าแล้วปีนอีกที ที่นี้ เอาเท้าอีกข้างปีนขึ้นที่จับประตูตู้ด้วย อืมมม อื๊บบบบบ จะถึงแล้วเว้ย ถึงแล้วว อ๊ะ แล้วกดปิดอันไหนวะ พยายามกดแล้วหลายปุ่ม ก้อยังไม่ถูกอยู่ดี เลยเอามือปิดไม่ให้เสียงมันออกซะเลย ฮ่าๆๆๆ เสียงเบาลงแป๊บนึง ฮ่าๆๆๆ แต่มันก้อยังไม่หยุดอยู่ดี จริงๆ ไม่รู้จะเอามือปิดไปทำไม ลำโพงเนี่ย ฝนบอกว่า เหมือนเอามือปิดปากเด็กที่ร้องไห้อยู่ ฮ่าๆๆๆ พอเอาออก มันก้อดังลั่นเหมือนเดิม ทีนี้เลยตั้งสติ หาปุ่มที่ถูกต้องปิดลงจนได้ เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ เหนื่อยยยว้อยยยย แต่พอลงมาได้แล้วก้อขำกันใหญ่เลยอ่ะ เพราะว่าท่าเราเหมือนจิ้งจกมากเลย แขนขาแยกจากกัน โดยสิ้นเชิง ฮ่าๆๆๆ

พอจบเรื่องนี้ ตอนเย็นหลังจากไปเยี่ยมน้า(จริงๆไปหาข้าวกิน) ที่แถว McKinnon มาแล้ว ก้อกลับมาซักผ้ากัน ซักๆๆๆๆๆๆๆในเครื่องจนเสร็จเรียบร้อย ผลั่วะ เปิดฝาออกดู อ๊ะ นี่เสื้อใครวะ ไมไม่คุ้นเลย เมื่อกี้มันมีเสื้อสีนี้อยู่ในเครื่องเหรอวะเนี่ยมมม งืมมม เสื้อสีตกง่า..... ง๊า.. ไม่ได้ตั้งใจอ๊า เสื้อตัวต้นเหตุ คือเสื้อเราเสียด้วยสิ คราวที่แล้วก้อหนนึงอ่ะ ซักรวมกะกางเกงยีนส์ สีเลยตกใส่เสื้อของในเลยอ่ะ คราวนี้ เสื้อฝนที่เปนสีขาว กลายเป็นสีฟ้าทุกตัวเลยอ่ะ ขอโทษษษษนะนะนะนะนะนะ ฝนนนนนน ส่วนของเราก้อมีไอ้ตัวต้นเหตุ สีตก แบบว่า อ่อนสีลง จางลง ไม่จัดจ้านเหมือนเดิม เวรจริงๆ ตกใส่ตัวเองอีกตะหาก แบบว่ามันเป้นเสื้อมือสองที่ซื้อมาน่ะ ไม่คิดว่ามันจะตกเล้ยยย คิดว่ามันคงซักมาบ้างแล้วไง เลยเอาไปซักตามปกติ ส่วนอีกตัวนึงที่โดนไปด้วย ก้อเป็นเสื้อสีชมพูสดใสซาบซ่านมากเลยด้วยย ชอบสุดๆๆๆๆ แม่งดันตกกลายเป็นสีชมพูมน หม่น ม่น ม๊นน หมองงงงง เง้อออออออ จ๋อยแดก แต่ว่าคงยังไม่เท่าน้องฝนสุดที่รักหรอกนะ งะงะงะงะ

อีกเรื่อง สดๆ ร้อนๆ ก้อเป็นวันนี้เลย วันอาทิตย์แบบว่า ตื่นแต่เช้า สิบเอ็ดโมง (อืม เช้าจริง) ไปจ่ายกับข้าวกะฝนที่ Victoria Market กัน ก้อแบบว่าจับรถรางกันไปนะฮ๊า ทีนี้เนี่ย รถรางเนี่ย มันก้อต้องเสียเงินใช่มั้ย เค้าก้อมีทั้งตั๋วเดือน ตั๋ววัน ตั๋วใช้ได้สิบครั้งไรเงี้ย ของเราคืออย่างสุดท้ายอ่ะ ไอ้เราก้องก ขึ้นรถรางแล้วก้อไม่ค่อยอยากตอกตั๋วให้มันหักจำนวนครั้งที่เรามีออกไปไง ก้อทำเบลอๆ เนียนๆ ขึ้นฟรีไปซะทุกหน แบบว่าใกล้ๆอ่ะนะ แล้วทีนี้ พอถึงตลาดปุ๊บ ก่อนลงรถยังเม้าทๆกะฝนอยู่เลย ว่า ว๊า ลืมเอาถุงเขียวมาไว้จ่ายกับข้าวกันไรเงี้ย พอลงจากรถปุ๊บ น่าซีดดดดดเลยยยยย เพราะว่าเจอ Inspector ผู้ตรวจตั๋ว ยืนยิ้มเผล่ ร้อง ขอตรวจตั๋วหน่อยยย ขอตรวจตั๋วหน่อยยยย อยู่หน้าประตู ข้างล่างพอดีเป๊ะๆๆๆๆ จ๋อยเลย ดันลงเป็นคนแรกด้วยไง จะหนีขึ้นไปตอกตั๋วก้อไม่ทันแร้วววว ( อืม อันนี้ต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า เวลาตอกตั๋วเนี่ย มันจะมีเขียนเอาไว้หลังตั๋วเราทุกครั้งอ่ะ ว่าใช้ไปกี่ครั้ง ครั้งนึงเนี่ย สามารถใช้ได้นานสองชั่วโมง คือ ถ้ายังอยู่ในสองชั่วโมงนั้น ก้อก้อนั่งรถไปไหนอีกก้อได้ทั้งนั้น) เราก้อหันไปมองหน้าฝน หลังจากเค้าขอดูบัตร เอาวะ ลองดู ฝนมันก้อยื่นบัตรให้เค้าดู เราก้อยื่นให้เค้าบ้าง กะว่าถ้าโดนจับก้อจะทำเป็นมึนๆ บอกไปว่า อ้าว นึกว่าเวลา 3:00 am. คือ บ่ายสามโมงค่ะ คือ จริงๆแล้ว ที่มันเขียนไว้ครั้งล่าสุดที่เราใช้ ก้อคือ ใช้ได้ถึงเวลา ตีสามของวันอาทิตย์นะฮ๊า แต่เราก้อกะว่าจะทำมึนๆ บอกไปว่า อ้าว นึกว่า หมายถึงบ่ายสามโมงน่ะฮ่ะ แต่โชคดีมากๆๆๆๆ ตรงที่ เจ้าหน้าที่เนี่ย เค้าคงดูผิดอ่ะ แบบว่าดูแบบเผินๆหรือไงเนี่ย เค้าให้เราผ่านมาได้เว้ยเฮ้ยยย ทั้งๆ ที่ควรจะโดนแน่ๆแล้วไงอ่ะ โชคดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆง๊า......... พอเค้าบอกโอเค เลยแบบว่ารีบวิ่งหนีกันมาเลย ฮ่าๆๆๆ วิ่งมาก้อทั้งขำ ทั้งตื่นเต้นอ่ะ เพราะว่า มันแบบถ้าโดนปรับเนี่ย โดนไปแน่ๆ ร้อยกว่าเหรียญอ่ะ หรือไม่ก้อสองร้อยมั้ง โอ๊วววว โชคดีจริงๆเลยเว้ย พลางคิดว่า ไม่เอาอีกแล้วว ไม่ทำงี้อีกแล้วอ่ะ เพราะว่าคงไม่ได้โชคดียังงี้บ่อยๆ แน่ๆๆๆๆๆๆๆเลยยย ซ๊า... ธุ ขอบคุณใคร หรืออะไรก้อได้นะคะ ที่ยังให้โอกาสหนู งืมมม

แต่วันนี้ ซื้อของในตลาดได้ถูกว่าอาทิตย์ที่แล้วอีกอ่ะ สงสัยเพราะเป็นวันอาทิตย์แหละมั้ง เลยยิ่งถูก
อืมม วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า เยอะแยะเลยแฮะ

แม่บอกให้เล่าเรื่องของแม่บ้าง ได้นะฮะ ไว้ล็อตหน้านะฮะ ถ้าเล่าตอนนี้ เดวเล่าได้น้อย เพราะว่าใช้พลังไปในการเล่าเรื่องข้างบนหมดแย้ววว
เลิฟทุกโคนนนนน

26.10.06

โฮกกกกกกกกก เหงา ฮากกกกกกกก

อ๊า.........................................
กลับมาเหงาอีกรอบง่ะ แป้งกลับเมืองไทยไปแร้วววว บล๊อคคราวนี้คงมีแต่การคร่ำครวญพรรณาโวหารถึงไอ้แป้งมัน ฮืออออ มึงไม่น่ามาหามาเยี่ยมกูเลย หลอกให้อยากแล้วก้อจากไป ฮ่าๆๆๆ แมร่ง ดันมาอยู่เกือบเดือน จะไม่ให้ตูชินได้ไงวะ ดูดิ๊ แทนที่จะหายคิดถึงบ้านได้แล้ว ดันกลับมาเป็นหนักกว่าเดิมอีกแฮะ ฮือออออ

ไม่ได้เขียนตั้งหลายวันแฮะ แบบว่าการบ้านเยอะๆ เที่ยวเยอะด้วยอ่ะ แต่แป้งไม่อยู่แล้ว คงต้องตั้งใจเรียนเหมือนแต่ก่อนเหมือนเดิมแล้วง่ะ อืม เรื่องที่น่าสนใจในช่วงวันที่ผ่านมา ก้อมีเสาร์ที่แล้ว หกล้มที่ victoria market อืม อยู่คนเดียวด้วยตอนนั้น แบบว่าให้ฝนกะแป้งไปนั่งรอเราอยู่ที่แมคโดนัลด์ เราแบบว่าจะรีบไปซื้อไข่ไก่ที่แอบเห็นตอนเดินผ่าน ระหว่างข้ามถนนก้อหันไปเจอคนจีนหัวโล้นๆ เกรียนๆ คนนึง ยังคิดในใจเลยว่า อืม คนนี้ หน้าตาตลกจัง ฮ่าๆๆ หันกลับมาปุ๊บ ภาพที่เห็นเปนแบบสโลวโมชั่นมากๆ ยังก๊ะในหนังเลย กล้องค่อยๆ ลดระดับลง เราพยายามทรงตัว แต่ว่าทรงไม่ไหวแล้วว เพราะว่านิ้วเท้าทั้งสองข้างติดขอบฟุตบาทแย้ว ทำไรไม่ได้เลย ต้องปล่อยตัวเองล้มผลั่ก พร้อมเอามือยันไว้ ฮือออออออออออออออ เจ็บง่ะ อายด้วย แถมอยู่คนเดียวอีกตะหาก ลุกขึ้นได้ ก้อจัดแจง ปัดๆแข้ง ขา กางเกงยีนส์ พร้อมก้มหน้าก้มตา ไม่มองใคร (โชคดีว่าอยู่เมืองนอก ไม่ค่อยได้ยินเสียงคนหัวเราะเท่าไหร่ ฟังไม่ออก ฮ่าๆ) แล้วก้ออยู่ๆ มีคนมาข้างๆ มาถามว่า อาร์ ยูวว โอ่ว เค๊ ฮืออออ ใจดีจังเลยยย พอหันกลับไปจึงเห็นว่าเป็นไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้นี่หว่า ที่เราแอบนินทาอยู่ในใจ มาถามไถ่เราด้วย ซึ้งใจมากมายเลย ฮือออ ต่อไปจะไม่แอบนินทาคนอื่นอีกแล้วค่า ฮืออออ ลุกมาได้ ก้ออยากจะร้องไห้ เพราะดันไปหกล้มอยู่คนเดียว เศร้า เหงา ซึม มากเลยว่ะ พอดีกว่า เดวจ๋อยหนัก

หลังจากนั้น ก้อไม่ได้ทำไรมากนี่ฝ่า ไอ้แป้งใกล้จะกลับแล้ว ก้อพยายามอยู่กะมันให้มากที่สุด เมื่อวานก่อนมันกลับ ก้อไปมีปาร์ตี้กัน แวะกินกันที่ร้าน คุ้กกี้ สุดจ๊าบก่อน คุยกันสนุกสนานมากๆๆเลยย เสียดายเวลาผ่านไปเร็วจัง อืม ไว้เขียนจดหมายหามันดีกว่า ว่าแต่มันจะตอบมั้ยนั่น

แม่บอกให้เขียนเล่าเรื่องที่โรงเรียนบ้างสิ อืมม รุ้สึกว่า ยังไม่ค่อยมีวัตถุดิบหรือเรื่องราวอยากเล่าเกี่ยวกะเรื่องที่โรงเรียนเท่าไหร่เลยแฮะ เอาไว้ก่อนนะฮ๊า มารดา

19.10.06

สนามหมานะนะนางเหลิงงงงงง

แฮ่ม ก่อนอื่นต้องแถลงไขถึงเรื่องราวจุดด่างพร้อยในชีวิตการเงินอีกจนได้นะฮ๊า ฮ่าๆๆๆ ก้อแบบว่าเมื่อวานเข้าไปเช็ค NetBank มานะฮ๊า แบบว่าอยากดูยอดเงินที่เหลืออยู่ ก้อนั่งดูไปสักพัก ก้อเริ่มงงๆ ว่าทำไมเงินมันเหลือน้อยๆ จังวะ เหลืออยู่ร้อยเดียวทั้งๆ ที่เพิ่งเอาใส่เข้าธนาคารไปร้อยหกสิบเนี่ย ฮื้ออออออ นั่งดูไปก้อล่กๆไปพลางด้วย ว่าเงินมันหายไปไหนนะอ๊า เครียดมาก ตอนแรกนึกว่าโดนแฮ๊กเข้าบัญชี แต่ก้อแบบว่า บัญชีกรูก้อเงินไม่ได้เยอะมากนักนะฮ๊า จะมาเอาไปทำม๊ายย ก้อนั่งเช็คไป เช็คมาจนรู้ว่าโดนหักค่าธรรมเนียมที่รูดบัตรเดบิตเกินเงินที่มีอยู่ในบัญชีไป ทีนี้เรื่องมันก้อเกิดจากว่า ดันไม่ค่อยได้ไปกดเงินจากธนาคารไง เพราะแบบว่าไม่ผ่านตู้เอทีเอ็มบ้าง ก้ออาศัยเอาสะดวกไว้ก่อน ไปซื้อของตามซูเปอร์มาเก็ตก้อรูดการ์ดให้มันหักจากบัญชีไป ง่ายดีด้วย ทีนี้ก้อเลยไม่รู้ยอดเงินที่เหลือว่าเหลื่ออยู่ทั้งหมดเท่าไหร่แล้วตอนนี้ แล้วเราก้อดันไปใช้บัตรรูดตอนซื้อ Router ไง คือ ตอนแรกพนักงานมันรูดแล้วไม่ผ่าน ไอ้เราก้อยังเข้าใจว่า อืม มันน่าจะเกินไปแค่นิดหน่อย ถ้าเอาของออกอย่างนึง มันต้องพอแน่ๆเลย แล้วมันก้อรูดผ่านในครั้งที่สองจริงๆด้วย แต่ที่เดี๊ยนไม่รู้ก้อคือ จริงๆ เงินเดี๊ยนมันไม่พอแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ว่าซื้อชิ้นเดียวหรือสองชิ้นไง แล้วที่มันผ่านได้ก้อเพราะว่า เรายื้มเงินธนาคารมาจ่ายยังไงล๊าววว แล้วเปนไงล่ะ ก้อโดนไปสิ ทั้งค่าธรรมเนียมที่รูดจนเงินหมดบัตรกับเงินที่บื้มธนาคารไปสามสิบดอลอ่ะ ฮือๆๆๆ เศร้าโคตร เสียดายเงินว้อยยย ฮือออ แต่ช่างมันดีกว่า

วันนี้ไปดูหมาแข่งมาด้วย จ๊าบจริงๆๆๆเลย ที่ Sandown Greyhounds แถวไหนสักที่ จำไม่ได้อีก ฮ่าๆๆ แต่จ๊าบจริงจังแบบว่าดู local มากเลย แถมหนาวมากเลยด้วย เป็นหมาเกรย์ฮาวนด์วิ่งแข่งกันรอบสนามไล่งับกระต่ายปลอมๆที่แป้งบอกว่าเหมือนกระต่ายซาดิสต์ เพราะมันใส่หน้ากาก ฮ่าๆๆ ใจจริงนี่แอบอยากพนันมากๆ ฮ่าๆๆ เพราะว่าจนอยู่ (แต่ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง) ดูกันจนถึงสามทุ่มกว่าได้ จึงกลับบ้านกัน หมาตอนมันวิ่งไล่กันนี่ก้อจ๊าบดีนะ ดูแบบจริงจัง ให้ความรู้สึกเหมือนฟังเพลงของ BLUR อัลบั้ม PARKLIFE นั่นเอง หน้าปกมันเป็นรูปหมาแข่งนี่เอง อืม ฮ่าๆๆ หนาวง่ะ พิมไม่ออกแล้ววววว
เวลาแข่งกันทีนึง ก้อจะมีหมามาประจำการแข่งประมาณ แปดตัวนะ แต่ละตัวนี่ผอมมากๆ ไม่ทราบว่าเอากระเพาะไปไว้ที่ไหนนะฮ๊า (อืมม พูดถึงเรื่องกระเพาะ วันนี้แป้งเพิ่งด่าว่า ตูดใหญ่ขึ้นจริงๆ ด้วย เศร้าอ๊า....) แข่งกันรอบนึงแป๊บเดียวเอง ลุ้นแป๊บเดียวเด๋วก้อได้เงินแร้วว แต่ตัวที่เก่งมากๆ เนี่ย ก้อใช่ว่าแทงแล้วจะได้เงินเยอะนะ แบบว่าเพราะโอกาสมันเข้าเส้นชัยเยอะกว่าตัวอื่น เดิมพันที่เราจะได้ มันก้อจะไม่มากนัก เมื่อเทียบกับตัวที่ hopeless มากๆ คือไม่มีหวังเนี่ย ถ้าเราแทงที ดอลล่าเดียวเนี่ย เราจะได้กลับมาประมาณสิบหกดอลเลยน่ะ แต่พวกตัวเก่งๆ นี่อย่างมากก้อได้แค่สองดอลล่า แต่ไอ้พวกตัวที่จะได้เงินเยอะๆเนี่ย โดยมากมันเป็นตัวโหล่ๆไง ก้อไม่มีผลอะไร ที่จะไปแทงตัวนั้น อืมมม น่าแทงซะจริงๆ แต่ไม่เอาดีกั่ว รุ้สึกว่าเป็นคนไม่มีดวงทางนี้เอาซะเลย อ่อ แป้งไปดูด้วยนะเนี่ยม







งืม ประกาศที่อยู่ไว้ตรงนี้ดีกว่า เผื่อจะมีเพื่อนเราสักคน เข้ามาอ่านแล้วอยากเขียนจดหมายมาหาเราบ้างน๊ออออ
208/65 Elizabeth Street Melbourne VIC 3000 AUSTRALIA
เยี่ยม รักกัน ก้อส่งโป้ดฉะก้าด มาหากันบ้างนะ

ลี






15.10.06

หะ หะ หะ หะ ห่อนแรง

งืม มาอยู่ที่นี่ นีได้ลุ้นกันบ่อยๆ แฮะ ยิ่งย้ายบ้านออกมาอยู่เอง ยิ่งลุ้นนั่น ลุ้นนี่เยอะแยะ ไม่ใช่ลุ้นรางวัลนะฮ๊า แต่แบบว่าลุ้นว่า ไอ้นั่นจะใช้ได้มั้ย ไอ้นี่จะดีหรือป่าวตั้งแต่วันแรกทีจะย้ายเข้ามาเลย ไฟไม่มา ม่านหน้าต่างหลุด กุญแจได้ชุดเดียว ประตูเครื่องซักผ้าเจ๊ง กระเบื้องคร่อกแคร่ก แฮ่ม แต่ก้อผ่านไปได้ด้วยดีหลายอย่างอ่ะแหละ ตอนนี้ก้อต้องลุ้นกันตัวโป่ง ว่าอินเตอเนท ไม่สิ เนทเนี่ยต่อได้แล้ว แต่ว่าจะต่อแบบกระจายสัญญาณเนี่ย มันจะใช้ได้มั้ยน๊อออ ซ๊า....ธุ คือยังไง ก้อขอให้เอาไปเปลี่ยนหรือคืนได้เถิดนะค๊าๆๆๆๆๆๆๆๆ

ศุกร์เสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา หฤหรรษ์กันเหลือเกิน เพราะว่าวันศุกร์ นี่แบบว่า โรงเรียนเค้าหยุดให้เนื่องจากเรียนครบห้าอาทิตย์แย้ว ปิดเทอม หนึ่งวันว้อยย เลยไปเที่ยวดูเทศกาลเมลเบิร์นอินเตอแนชั่นแนลอาทเฟสติวัล อั้น อั้น อั้น ไปดูพวกงานโฟโต้มา ก้อจ๊าบดีนะ อากาศช่วงนี้เริ่มกลับมาหนาวดึ๋งอีกจนได้ เย็นยะเยือกจิงๆ ไม่เหมาะกะสาวเขตร้อนเช่นเราเร้ยยย ดูงานเสร็จ กิน ดูงาน กิน

พอดีวันศุกร์ที่ 13 นี่เป็นวันเกิดพี่ต่ายพอดี เลยไปกินฉลองกันที่บ้านน้าจัญญากัน กะไปหาลุงด้วย แต่เสียดายลุงกลับบ้านดึกมาก อดเจอเลย ไปกินข้าวที่บ้านน้ากันแบบยังกะวันรุ่งขึ้นจะไม่ได้กินแน่ะ ตะกละกันจริงๆๆ
น้าถาม : พอไหวมั้ย (แบบว่าอร่อยมั้ย ชอบมั้ยๆ)
พวกเรา : ไหววว ค่าๆๆๆๆๆ
กินกันจนพุงเกือบแตก จิงๆ พี่ต่ายชวนนอนที่บ้าน แต่แบบว่า ไม่ได้เอาคอนแทคเลนส์มาซะด้วยสิ เลยกลับบ้านเราดีกว่า ขากลับนั่งรถไฟกันมากลับฝน ขณะรออยู่ที่สถานี มีการแอ๊คท่ากันถ่ายรูปตามประสาคนบ้ากล้องกันปายยย
ตั้งแต่ย้ายมาอยุ่บ้านใหม่นี่ รู้สึกว่าตัวเองนี่โคตรชอบทำอาหารเลยว่ะ สนุกสุดยอดเจงๆๆๆๆ ฮ่าๆๆ อยากกินไปซะหมดเลย คอยนั่งนึกเมนูอยู่ทุกวัน ว่าวันนี้จะทำไรกินกันดีน๊า ฮ่าๆๆๆ
วันเสาร์ อืม ไปเที่ยวไหนกันหว่า อ่อ ไปหาอาจารย์โจที่บ้าน ที่อุบาทว์ก้อคือ กะว่าจะได้ไปกินข้าวที่บ้านอาจารย์มากๆ แต่ดันไม่ได้กิน ฮ่าๆๆ หิวแทบแย่ แต่ก้อดี คุยกะจาน ได้ฟามรู้มากมาย เย้ย ตอนเช้าก่อนไปหา เกือบโดนรถรางทับ เพราะแบบว่ามัวแต่ถ่ายวีดีโอกันไม่ดูเร้ย แต่ฮามากๆ เพราะว่ามีคนมาสะกิดบอกด้วย ว่ารถรางมา แล้วแบบว่า วิงหนีกันอุดตลุดมาก อุบาทที่สุดในชีวิต ฮ่าๆๆๆ
ง่วงแล้วงิ
ไว้เดวเขียนเล่าต่อวันอื่นเด้ออออ

9.10.06

ไอ try โซ hard ทู get อิเลคทริคซิตี้

เฮ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไฟมาแล้วเว้ยยเฮ้ยยยย ดีใจจังเลย แต่จิงๆ กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ต้องผ่านอะไรหลายอย่างมากมาย พูดไม่ถูก บูกไม่ออกเลย เริ่มตั้งแต่การติดต่อเอเจนต์เองเอย แล้วก้อดันไปใช้บริการผ่าน Direct Connect บ้าบอไรไม่รุ้ ซึ่งห่วยมากๆ ต่อไปจะติดต่อเองว้อยย ไม่ผ่านใครแล้ว เพราะว่ามันแบบว่า ต้องเข้าไปอยู่วันเสาร์ แต่พอเข้าไปถึงห้อง ย้ายของเรียบร้อยเรี่ยมเร้เรไร ปิ๊ง แหะ แหะ ไฟไม่ติด เยี่ยมไปเร้ยยยยยยยยย เลยแบบว่าต้องกลับมานอนบ้าน เช้าวันรุ่งขึ้น วันอาทิตย์ ลุงก้อลองโทรถามไอ้บริษัทไฟฟ้าดู ถามไป ถามมา มาติดต่ออีกทีวันจันทร์ เพราะบริษัทมันปิดวันเสาร์ อาทิตย์ พอโทรไป มันก้อโยนกันไปๆมาๆ อุบาทว์จิงๆ ทำเป็นเมืองไทยไปได้ กลุ้ม แต่สุดท้าย ลุงเคนของเราก้อสามารถติดตามเอา Access Code มาให้เราจนได้ จนสามารถติดต่อขอไฟได้สำเร็จ เย็นนี้เลยแวะไปเช็คเลยพบว่า มีไฟแร้ววววว โอ๊ววว เป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่เพิ่งค้นพบไฟ มันดีอย่างนี้นี่เอง

แต่ มีแต่อันเบ้อเริ่มเลย
ม่านเสียสองอัน หน้าต่างเสียหนึ่งอัน ไฟดับหนึ่งดวง กระเบื้องจะหลุดสองอัน ประตูห้องน้ำปิดไม่สนิท ที่จับประตูเครื่องซักผ้าหักกกก โอ๊ยยย ทำไมมันเปนยังงี้ อยากจะบร้า..... ฮือๆๆๆ เราเลยได้เรียนรู้อีกเยอะเลยอ่ะ ว่าต่อไปต้องรอบคอบมากกว่านี้ เฉลียวฉลาด กล้าปฏิเสธ กล้าขอนู่น ขอนี่ให้มากกว่านี้อีก ต้องเรียนรู้กันต่อ เฮ้วววววว

7.10.06

ฤกษ์งาม ยามยี

อะแฮ่ม
เสียฤกษ์เสียยามหมด วันนี้อุตส่าห์ช่วยกันขนของย้ายบ้านกันยกใหญ่ พอไปถึงแม่ม ไฟยังไม่มา จ๋อยแด่วเลย ย้ายบ้านครั้งแรกในเมลเบิร์นนะฮ๊า ไม่ต้องเสียเงินซื้อเฟอนิเจอร์ด้วยฮ่ะ เพราะว่าไปแอบเก็บตามหน้าบ้านฝรั่งที่เค้าทิ้งๆกันไว้มานะฮ๊า ได้อารมณ์ดีจิงๆ ออกไปตั้งแต่เมื่อคืนวันศุกร์ ตอนประมาณสักสี่ทุ่มได้ ตอนแรกก้อแต่งกายรัดกุมกันมากๆเลย กลัวหนาวกันมาก เดินไปตอนแรกไม่เจอไรจ๊าบๆเลย ทีวีที่เราเหนตอนเช้าก้อไม่อยู่แล้นสส คิดว่าหมดหวังซะแล้ว พอเดินกลับมาอีกฟากถนนนึง ถึงเห็นงิว่ามีของเพียบเยย ตอนแรกเจอตะแกรงไรไม่รุ น่าจะที่เค้าเอาไว้ปิ้งของน่ะแหละ ดูแล้ว น่าจะเอามาใช้คว่ำถ้วยจานไปพลางๆได้ แฮ๊พซะเรย ฮ่าๆๆ เดินมาอีกนิด เจอโต๊ะทำงานไม้ อย่างดีเลยอยู่เลย นั่งได้สองคนด้วย เลยแฮ๊พอีกเช่นกัน แต่อันนี้ค่อนข้างหนักทีเดียว อ่อ เค้ามีแถมเก้าอี้คอมด้วย ใช้ได้เลย แค่เบาะมันถลอกๆ นิดหน่อยเท่านั้นเองนิ ก้อเลยเอามาสองตัว เดินมาอีกหลัง ก้อเจออีกแล้วเว้ย ชุดเก้าอี้เหล็กอย่างดี สามสี่ตัว แต่แบบว่าพวกเดี๊ยนมีแรงแบกกันแค่นั้น เลยขนมาแค่นิดหน่อยง่ะ แต่ดีจิงๆ ไม่ต้องเสียเงินเลย ขอบคุณนะจุ๊ ที่ประทานของมาให้ ว่าแต่ช่วยประทานไฟฟ้ามาด้วยได้ม๊ายยย หนูไม่อยากมีปัญหามากเรื่องนะฮ๊า.....
พอวันเสาร์ วันนี้เนี่ยแหละ ก้อเตรียมตัวขนของกันกะลุง กว่าจะไปติดต่อนู่นนี่เสดก้อบ่ายกว่าๆ เก็บของจากรถกระบะลุงเรียบร้อย ขนของขึ้นเรียบร้อย อ่อ ใช่ๆๆๆๆๆๆๆ วันนี้ ตอนที่นั่งรถเข้าเมืองมากะลุง แม่ง เจอฝรั่งผู้ชายนะฮ๊า ยืนแก้ผ้าอยู่กลางถนนนะฮ๊า ตื่นเต้นมากๆๆ เลยยยย แบบว่าอ่ะนะ เหน จอสระอู๋ จู๋ด้วยแหละ แหะ แหะ แหะ นั่งรถมากะลุง เลยมองแบบเต็มตามากไม่ได้นะเนี่ย กร๊ากกก แม่งบ้าดีเดือดดีจิงๆเลยว้อยย อากาศแค่ยี่สิบหกองศามึงบ้าได้แล้วใช่ม๊ายยย

พอไปถึงบ้าน ทยอยขนของขึ้นบ้างกันแบบกองโจรมาก รีบเร่งและรวดเร็วเป็นที่สุด ขนกันเสดเรียบร้อย จึงพบว่า โอ่ว ไฟยังไม่มา แต่น้ำมาเรียบร้อยแล้ว โอ๊ววว จ๊าบบบบบบบบบสสสสจิงๆๆๆๆ กูล่ะกลุ้ม เสียอารมณ์วัยรุ่นมากๆ เซ็งเป็ดเลย(อืม ภาษากู วัยรุ่นจิงๆ) เลยนั่งรถกลับบ้านไปกินข้าวที่บ้านน้าเหมือนเดิม เจอพี่ต่าย พี่ต่ายแอบขำล่ะซี้ ยังไม่ได้ย้ายไป สงสัยถ้าพรุ่งนี้ไฟยังไม่มา คงต้องอยู่ที่นี่อีกคืน นอกจากไฟไม่มาแล้ว ม่านหน้าต่างก้อหลุดอีกก โอ๊วววว ช่วยด้วน งือ จ๋อยจิงๆเลยง่ะ

อ่อ กินข้าวเสด ลุงพาไปเดินเล่นชายทะเลกันตอนดึกด้วย จ๊าบสุดๆๆ ไม่ค่อยได้เดินทะเลตอนกลางคืนบ่อยนักหรอก งืมไปแถวๆ Modialloc อ่ะ จ๊าบดีนะ โชคดีว่าเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงด้วยอ่ะ เลยสว่างทีเดียวเลย งืม ง่วงแล้วเง้ยย

ไปนอนดีกว่า

ปล.ขอให้ไฟฟ้าเข้าถึงบ้านหนูด้วยเถิ้ดนะค๊า... พรุ่งนี้เลยนะ นะ นะ นะ นะ

5.10.06

คึก คิก คัก คุก คูกกกกก

แฮ่มมมมมมม ดีจึยว้อยยยยย พรีเซ้นงานเสร็จแย้วไปหนึ่งโปรเจค อืมม พูดเหมือนส่งโปรเจคเรียนโทเลยว่ะ แต่จิงๆมันไม่ใช่สินะ ฮ่าๆๆ แค่เรียนภาษาเองว้อยยย เอาให้รอดก่อนเต๊อะ อืม ตอนนี้ บ้านที่เราพักอยู่คึกคักหน้าดู ฝนและแป้งมาอยู่ที่เมลเบิร์นเรียบร้อยเรี่ยมเร้เรไรแล้ววว อืม เลยได้พูดไทยเยอะกว่าพูดอังกิดอีกว่ะ งืมๆ แต่วันนี้ การพรีเซ็นผ่านไปได้อย่างรวดเร็วมากๆ โล่ง สบายใจเว้ย แต่ได้ข่าวอาทิตย์หน้ามีสอบนี่นา แบบว่า ออเดิร์ฟ จารย์บอกไม่ได้คิดคะแนน แค่ให้ลองสอบเป็นไกด์ๆ ทดลองตัวเองดู อืมมมมม หนูไม่อยากโดนทดสอบค่ะ ทนความกดดันในสภาวะบางอย่างไม่ได้นะฮ๊า ใจมันจะละลายยย ฮ่าๆๆๆ คึกคักง่ะ จะได้ย้ายบ้านแย้ววว แต่ได้ข่าวว่าย้ายบ้านใหม่ นี่ยังอีกนานกว่าจะได้เล่นเนทนี่ฮะ เยี่ยมไปเร้ยยย หึ

อยากดูงานศิลป์ ว่าอาทิตย์นี้จะแวะไปดูสักหน่อย งืมม มันเริ่มมีเทศกาลแล้วนี่หว่า อืมๆ ต้องเตือนตัวเองหน่อย แมร่ง ไม่งั้น หาแต่ร้านแด๊กข้าวอย่างเดียวเท่านั้น ฮ่าๆๆๆ อืม คงจะผอมหรอกนะ

อยากวาดรูปว้อยย ดรออิ้งแบบจริงจังงิ ต้องเริ่มตั้งสมาธิใหม่ซะแล้นนนน
อยากถ่ายรูปด้วนนนนน
ไม่ได้การซะแล้นนนน ต้องศิลปะกันหน่อยแล้ว จิตใจมันเบิกบานนะฮ๊า
เดวหาวัตถุดิบก่อนนะฮ๊า.....

รักคนอ่านนะจ๊ะ จุ๊บๆๆๆๆๆๆ
ปล.ถึงเพื่อนๆทุกคน มาเยี่ยมเดี๊ยนบ้างนะ

1.10.06

!!!!!! MSO supercool !!!!!!

แฮ่ม ทั้งวันเสาร์และอาทิตย์นี้นี่ หฤหรรษ์จริงๆ เลยแฮะ
วันนี้ พี่ต่ายชวนออกไปดู Melbourne Symphony Orchrestra มา แต่ว่าไม่ใช่ถึง ขนาดเป็นเพลงคลาสสิคฟังยากอ่ะ ที่นี่เค้าจะมีเป็น Theme อ่ะ อย่างวันนี้ ที่เราไปดู ก้อเป็นเกี่ยวกับ เพลงที่ประกอบการ์ตูนดังๆ ทั้งหลายอ่ะ อืม รู้จักแค่เรื่องสองเรื่องเองมั้ง ที่คุ้นๆ น่ะ ฮ่าๆๆ อืม ค่อยๆ เริ่ม
เล่าดีกว่าแฮะ

ตื่นขึ้นมาด้วยอาการเซ็งจากความฝันแบบเดิมๆ แล้วก้อต้องรีบตาเหลือก แปรงฟัน เพราะว่า สิบโมงครึ่งแล้น นัดกะพี่ต่ายไว้ว่าจะออกสัก สิบเอ็ดโมงครึ่ง หึ หึ หึ ไม่ทันได้กินไรเลย ก้อต้องออกแล้ว ไปกินอาหารจีนข้าง นอกตรงไชน่าทาวน์ อร่อยดี ไก่ตะไคร้ แต่ทำไมมันไม่เหมือนในรูปเลยวะ ฮึ กินอิ่มเสร็จกว่าจะยุรยาตรา
มาแถว Hamre Halls ก้อได้เวลาพอดี ตอนแรก ก้อแบบว่ายังนึกไม่ออกว่า ได้ดูแล้วจะเป็นยังไงน๊า เพราะว่า ที่เคยดูที่เมืองไทย มันก้อเป็นซิมโฟนีเล็กๆป่าวหว่า ที่ดูกะปออ่ะ แต่อันนี้ นี่ จ๊าบจิงๆเลย ถึงแม้ว่า เพลงแรกจะนึกไม่ออกก้อตาม ไม่คุ้นหูเลย พอมาอ่านสูจิบัตรดู ถึงรู้ว่า มันเป้นเพลงที่แต่งโดยนักประพันธ์ชาว ออสเตรเลียนี่เอง มิน่าล่ะ ตูถึงไม่คุ้น พอมาเพลงที่สองนี่ ได้แอบอ่านมาแล้ว จึงรู้ว่า เรื่อง Fantasia ของ วอลท์ ดิสนีย์ นี่เคยเอามาสร้างแล้วทีนึง เป้นมิกกีเม้าส์ เป็นพ่อมดฝึกงานอยู่ แอบใช้เวทมนต์สั่งไม้กวาด ให้ไปตักน้ำมาใส่บ่อแทน แล้วแบบว่าตอนหลัง มันไม่เชื่อฟังอ่ะ เลยยุ่งวุ่นวายใหญ่เลย น้ำท่วมไปหมด
สุดท้าย พ่อมดเจ้านาย เลยมาแก้คำสาปให้ไรเงี้ย อืม ที่เล่ามา นี่เล่าเรื่องในการ์ตูนนะ แบบว่าพอฟังเพลงที่ เค้าบรรเลงกันไป มันก้อนึกภาพที่เคยดูไว้ออกมาได้หมดเลยอ่ะ อืม ดีจริงๆเลย ขนลุก

เพลงต่อไป เค้าว่าเป้นเพลงเอกเหมือนกันนะ Peter& the wolf อืม เอกยังไงวะ ไมถึงไม่คุ้นเลย ฮ่าๆ แต่มันคงเอกจริงๆแหละ มีคนมาบรรยาย ประกอบระหว่างเพลงด้วย แมร่ง ดันฟังสำเนียงไม่ค่อยออกอีก เวรจริงๆ แอบจะหลับหลายที แต่ก้อไม่หลับ พักครึ่ง เย้ๆๆๆๆ (เอ๊ะ นี่ดูแล้วมีความสุขจริงหรือป่าวเนี่ย)

อืม ชอบครึ่งหลังมากกว่านะ เฮฮา ครื้นเครงมากกว่าเยอะ ขึ้นต้นมาด้วยเพลง Fairy Picnic อ่ะ อย่าถาม ชื่อนักประพันธ์นะ แค่จำชื่อเพลงได้นี่ก้อจ๊าบจะแย่แล้วอะ เพลงนี้ คุ้นอ่ะ แบบนางฟ้าบันดาลมากๆ นุ๊งๆ นิ๊งๆ ไม่ยาวมากด้วย ถูกใจข้อย ตามประสาเด็กสมาธิสั้น ฮ่าๆๆ

นี่ ต้องเพลงนี้ว้อยยย แอบติดใจตั้งแต่เห็นหน้านักประพันธ์ในสูจิบัตรแย้ว แบบว่าเซอร์ได้ที่มาก หน้าตาโฉด แบบว่าเป็นผู้ร้ายมาก แล้วเพลงก้อดุดัน เข้มข้น สมชื่อจริงๆด้วยอ่ะ เพลงนี้ชื่อว่า Night on the bald mountain เพลงนี้ พอขึ้นมาก้อคุ้นหูมากๆๆๆๆๆเลย เพราะว่า เป็นเพลง ริงโทนในมือถือของเราน่ะซี๊ อืม เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามือถือของเรามีริงโทนเป็นซิมโฟนี อืมมมม ชอบ ชอบ ชอบ เพลงนี้ที่สุดเลย มันจะออกแนว มืดหม่นๆ ดุดันๆโหดร้ายๆ อ่ะ ไม่ใสกิ๊งใดๆเลย ชอบบบบบบ ดูไปขนลุกไป จบเพลงนี้แล้วก้อต่อด้วยเพลงไรหว่า อืมม

อ๊ะ เรียงเพลงผิด จิงๆ มีก่อนเพลงสุดโหดเพลงนึง ชื่อเพลง Sultan ไรสักอย่างเนี่ยแหละ อันนั้นก้อคุ้นนะ อธิบายไม่ถูกอ่ะ ว่านึกถึงอะไรแฮะ ข้ามมาเพลงสุดท้ายเลยดีกว่า จำชื่อเพลงไม่ได้แฮะ แบบว่าทำนองว่า เป็นซิมโฟนีสำหรับแนะนำผู้เริ่มต้นฟังไรเงี้ย แบบว่าทั้งเพลงก้อจะมีคนบรรยายไปว่า เครื่องดนตรีใน
ซิมโฟนีแบ่งเป็นกี่ชนิด ไรเงี้ย ดีมากมายเยยยยยยยย ประทับใจมากๆๆๆ

โปรแกรมต่อไป คือ ไปงานหนังสือถูก ที่ Exhibition Hall เดินกันไปจากแถวเซ้าธ์แบงค์ พอไหวๆ ไปถึงก้อพบว่า โอ๊ว นอกจากหนังสือแล้วยังมี ซีดีและดีวีดีอีกตะหากว้อยยย แต่อยากจะบอกว่า แม่งกว้าง มากๆ อ่ะ ประมาณอิมแพคอารีน่าได้อ่ะ แต่แบบว่า ไม่มีบูธไรทั้งสิ้น มีแค่แผงวางหนังสือเท่านั้น เรียงกัน
เต็มพรืดเต็มไปหมดอ่ะ เราเจอกองซีดี ก้อรีบกระโจนเข้าใส่ทันที แบบว่ารีบเดิน รีบดูที่สุด กลัวดูไม่ครบ เดินไปได้สักสามสี่แถว ก้อเริ่มปวดหัวปวดตาแล้ว หันไปดูกองหนังสือและซีดี ที่เหลืออยู่ข้างหลัง อืม ต้องสู้ ต้องสู้ ถึงจะชะแนะ เจอซีดีน่าซื้อหลายอันๆเลย แต่จิงๆ มันก้อไม่ถูกมากป่าววะเนี่ย ตอนแรก หยิบมาเยอะมาก แต่ตอนหลังต้องหยิบออก ไม่งั้นมันจะเยอะเกิน ฮ่าๆๆๆ สุดท้ายได้ โฮ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ดีวีดี PULP ว้อยยยย คอนเสิร์ตว้อยยย ดีใจสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อืม นอกนั้นก้อ หนังสือมาฝากน้องเล่มนึง รวมเล่มโปสการ์ดนักเขียนอีกอัน แล้วก้อดีวีดีเดอะบีทเทิลส์ หึ หึ หึ ดีใจ สุดๆๆ
กว่าจะกลับถึงบ้านก้อเหนื่อยสุดๆแล้ว การบ้านยังไม่ได้ทำเลยนี่หว่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

รักและคิดถึงเด้อสิเด้อ

ลี
ปล.เดวเค้าย้ายบ้านแล้ว จะให้ที่อยู่นะ เขียนมาหาเค้าด้วยนะ